Soju Mochi
3
All posts from Soju Mochi
Soju Mochi in Soju Mochi,

บิ๊กบอส “ไอเอ็มเอฟ” เตือนสหรัฐฯ เสี่ยง “ตกกระป๋อง” ผู้นำ ศก.โลก หากยังแก้ปัญหา “การคลัง-หนี้สิน” ตัวเองไม่ลุล่วง

คริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ชาวฝรั่งเศส เผยผ่านเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างเข้าร่วมการประชุม “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม” ที่เมืองดาวอสในสวิตเซอร์แลนด์ โดยเตือนว่าสหรัฐฯ กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก
       
       ลาการ์ด วัย 57 ปี ซึ่งครองตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของไอเอ็มเอฟมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2011 เตือนว่า บรรดานักการเมืองในสภาคองเกรสส์ของสหรัฐฯ ควรเร่งยุติความขัดแย้ง และหันมาผลักดันอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดแผนการหรือข้อตกลงระยะยาวในการรับ มือปัญหาด้านการคลังและการขาดดุลของประเทศ มิฉะนั้น สหรัฐฯ อาจต้องสูญเสียสถานะของการเป็นประเทศผู้นำเศรษฐกิจโลก
       
       กรรมการผู้จัดการใหญ่ไอเอ็มเอฟระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้คนทั่วโลกที่มีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯกำลังถูกทำลายลงไปที ละน้อย หาก “เมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอน” เกี่ยวกับปัญหาหนี้สินและงบประมาณของสหรัฐฯยังคงคาราคาซัง พร้อมย้ำว่าวิกฤตด้านความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯนั้นถือเป็น เรื่องที่มีความ “เปราะบาง” อย่างยิ่งยวด และจนถึงขณะนี้บรรดาผู้เกี่ยวข้องในสภาคองเกรสส์ของสหรัฐฯยังคงไม่สามารถ สร้างหลักประกันใดๆ ที่จะป้องกันไม่ให้ความเชื่อมั่นของตลาดการเงินการลงทุนทั่วโลกต้องแตกสลาย ลง
       
       ความเคลื่อนไหวล่าสุดของลาการ์ดมีขึ้น หลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเมื่อวันพุธ (23) เห็นชอบขยายเพดานก่อหนี้ไปจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจผจญวิกฤตผิดนัดชำระหนี้และซื้อเวลาสำหรับการเจรจาตัดลบงบประมาณรายจ่าย
       
       โดยร่างพระราชบัญญัติขยายเพดานหนี้จะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาซึ่งคาด หมายว่าจะได้รับความเห็นชอบเช่นกัน จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการลงนามของประธานาธิบดีบารัค โอบามา
       
       ทั้งนี้ หนี้สินของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเหนือเพดานการก่อหนี้ 16.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว จนกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องงัดมาตรการพิเศษช่วยยืดเวลาให้รัฐบาลยังพอมีเงินใช้จ่ายไปจนถึงปลาย เดือนกุมภาพันธ์นี้
       
       เบื้องต้นพรรครีพับลิกันซึ่งคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ต้องการผูกโยงการขยายเพดานหนี้กับการตัดลดงบประมาณ แต่ทางฝั่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา ยืนยันว่า พร้อมหารือขั้นตอนในการลดภาวะขาดดุลงบประมาณ แต่ต้องแยกจากประเด็นการขยายเพดานการก่อหนี้ และย้ำว่าการลดยอดขาดดุลงบประมาณควรครอบคลุมถึงมาตรการเพิ่มรายได้ด้วย มิใช่การมุ่งลดรายจ่ายเพียงด้านเดียว
       
       การขยายระยะเวลาครั้งนี้เป็นกลยุทธ์หนึ่งของบรรดา ส.ส.ฝ่ายรีพับลิกันเพื่อเลี่ยงความขัดแย้งเรื่องกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้และ เปลี่ยนข้อเรียกร้องของตนเป็นเสนอเส้นตายการเงินแบบอื่นที่จะไม่ทำให้ประเทศ สุ่มเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ โดยเส้นตายดังกล่าวรวมไปถึง การตัดภาระค่าใช้จ่ายอัตโนมัติในวันที่ 1 มีนาคม และการสิ้นสุดของกองทุนเพื่อหน่วยงานและแผนนโยบายภาครัฐในวันที่ 27 มีนาคมนี้
       
       มาตรการที่นำเสนอโดยฝั่งรีพับลิกันนี้ ผ่านความเห็นชอบด้วยแรงสนับสนุนของทั้งสองฝ่าย 285-144 เสียง โดยสมาชิกฝ่ายรีพับลิกันยังเพิ่มมาตราหนึ่งในรัฐบัญญัติ ซึ่งห้ามวุฒิสภารับเงินเดือนหากไม่อนุมัติทันเส้นตายภายในวันที่ 15 เมษายน
       
       ทั้งนี้ หากรัฐบัญญัติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาและลงนามโดยประธานาธิบดีโอ บามาจะส่งผลให้เพดานหนี้ปัจจุบันของสหรัฐฯ จะได้รับการขยายออกโดยอัตโนมติไปจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 18 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ