ZniperTrade Fx
3
All posts from ZniperTrade Fx
ZniperTrade Fx in ZniperTrade Fx - Price Action Trader,

Forex ตลาดที่ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง!!

ในตลาด Forex นั้นมีสิ่งหนึ่งที่ต่างจากตลาดหุ้น คือ เราสามารถเทรดได้ 2 ทาง ในขณะที่หุ้นมักจะเทรดได้ทางเดียว (ยกเว้นว่าเรายืมหุ้นมา Short ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากพอสมควร) แต่ในตลาด Forex เทรดเดอร์ทุกคนในตลาด สามารถเทรดได้ทั้ง 2 ทาง ไม่ว่าตลาดจะขึ้น หรือ ลง ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับเรามากขึ้น 

ในบทความนี้จะเน้นไปที่การใช้โปรแกรมส่งคำสั่งที่มีชื่อว่า Meta Trader 4 (MT4) ว่าหากต้องการจะเล่นในขาขึ้น หรือ ขาลง ต้องส่งคำสั่งอย่างไร และการคำนวณผลกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดในตลาด Forex รวมไปถึง ข้อดีอีกอย่างของโปรแกรมเทรด Forex อย่าง MT4 ที่สามารถตั้ง Order รอได้ และ สามารถตั้งจุด Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) ที่เราต้องการได้อย่างง่ายดาย ซึ่งความสามารถเหล่านี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเราได้อย่างมากเลยล่ะครับ (หากเรานำไปใช้อย่างถูกวิธีก็จะเป็นประโยชน์กับเราอย่างมากเลย)

Buy or Sell ? and Long or Short ?

Buy = Long

ในตลาด Forex นั้น หาก เรา คาดว่า ราคาของคู่เงินนั้นจะวิ่งขึ้น ก็ให้เราทำการ Buy ที่ราคาต่ำ ๆ และนำไปขายที่ ราคาสูง ๆ กำไรที่ได้ก็จะมาจากส่วนต่างของราคาที่เราได้ Buy ไว้นั่นเอง

ในที่นี้ เมื่อเราทำการ Buy นั่นแปลว่าเราได้ทำการ Buy Base Currency และ Sell Quote Currency นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น หากเราคาดว่าคู่เงิน EUR/USD จะวิ่งขึ้น แล้วเรา Buy ไว้ที่ราคา 1.3500 (แปลว่า เรา Buy EUR และ Sell USD) และในเวลาต่อมาราคาวิ่งขึ้นไปที่ 1.3600 เราก็จะได้กำไรจากส่วนต่างจากการเคลื่อนไหวของราคาอยู่ 100 pips นั่นเอง

Sell = Short

กรณีถัดมา คือ หาก เรา คาดว่า ราคาของคู่เงินนั้นจะวิ่งลง ก็ให้เราทำการ Sell ที่ราคาสูง ๆ และไปซื้อกลับที่ ราคาต่ำ ๆ กำไรที่ได้ก็จะมาจากส่วนต่างของราคาที่เราได้ Sell ไว้นั่นเอง

ในที่นี้ เมื่อเราทำการ Sell นั่นแปลว่าเราได้ทำการ Sell Base Currency และ Buy Quote Currency นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น หากเราคาดว่าคู่เงิน EUR/USD จะวิ่งลง แล้วเรา Sell ไว้ที่ราคา 1.3500 (แปลว่า เรา Sell EUR และ Buy USD) และในเวลาต่อมาราคาวิ่งลงไปที่ 1.3400 เราก็จะได้กำไรจากส่วนต่างจากการเคลื่อนไหวของราคาอยู่ 100 pips นั่นเอง

ผมเชื่อว่ามือใหม่หลายท่านไม่สงสัยแบบแรก เพราะว่า เราซื้อ (Buy) ในราคาต่ำ ๆ และไปขายในราคาสูง ๆ ซึ่งเป็นกฏของการเก็งกำไรทั่ว ๆ ไป แต่ที่ผิดแปลกไปจากเดิมคือ การขาย (Sell) ในราคาสูง ๆ ก่อนและกลับไปซื้อที่ต่ำ ๆ มันมีด้วยเหรอ ที่เรายังไม่ได้เป็นเจ้าของแล้วจู่ ๆ จะเอามาขายก่อนในราคาสูง ๆ แล้วลงไปซื้อต่ำ ๆ เพื่อเอากำไรตรงนี้แหละครับที่เป็นข้อแตกต่างที่สำคัญในตลาด Forex ที่ทำให้ Forex แตกต่างไปจากตลาดหุ้น คำถามคือ ทำไมเราถึงขายก่อนแล้วไปซื้อได้ ถ้าใครที่อ่านตัวอย่างข้างต้นก่อนหน้านั้นแล้วเข้าใจจะทราบทันทีครับ แต่หากยังไม่ทราบผมจะบอกให้ครับ เหตุที่เราทำได้เพราะ เราทำการ ขาย คู่หนึ่งแล้วไป ซื้อ อีกคู่หนึ่งไงครับ เราจึงไม่จำเป็นต้องมีของในมือก่อน ต่างจากหุ้นที่เวลาเราจะทำการ Short Sell เราต้องทำเรื่องขอยืมหุ้นจากโบรคเกอร์ (เพื่อให้มีหุ้นก่อน) จากนั้นจึงจะนำมาขายในตลาดได้ นั่นเอง ทีนี้คงหมดข้อสงสัยกันแล้วนะครับ

กำไร เท่าไรล่ะ ที่คุณทำได้ ?

ในหัวข้อนี้ จะมาอธิบายว่า หากคุณเปิด order และราคาของคู่เงินนั้นเคลื่อนไหวไป ถูกทางตามที่เรา คาดการณ์เอาไว้

จากตัวอย่างข้างต้น

กรณีที่ 1 เปิด Buy ไว้ จำนวน 1 Lot แล้วราคาวิ่งจาก 1.3500 ไปที่ 1.3600 กำไรได้เราทำได้จะเท่ากับ 1,000 points  x 1 Lot = 1,000$ นั่นเอง (ถ้าวิ่งผิดทางจะขาดทุนแต่คำนวณในลักษณะเดียวกัน)

กรณีที่ 2 เปิด Sell ไว้ จำนวน 1 Lot แล้วราคาวิ่งจาก 1.3500 ไปที่ 1.3400 กำไรที่เราทำได้จะเท่ากับ 1,000 points x 1 Lot = 1,000$ เช่นเดียวกัน (ถ้าวิ่งผิดทางจะขาดทุนแต่คำนวณในลักษณะเดียวกัน)

ดังนั้น กำไร (หรือขาดทุน) $$ = Point (Pip) x Lot ดังตัวอย่างข้างบนนั่นเองครับ

หมายเหตุ : 1 pip (ทศนิยม 4 ตำแหน่ง) = 10 points (ทศนิยม 5 ตำแหน่ง) หากคำนวณโดยใช้ pip จะใช้ 1 pip = 10$ (Standard Lot) ดังนั้น 100 pips ก็จะเท่ากับ 1,000$ เช่นกัน แล้วแต่ว่าถนัดแบบไหนครับ

หวังว่าเทรดเดอร์ทุกท่านคงจะคำนวณกำไร (ขาดทุน) กันเป็นแล้วนะครับ ต่อไปเราจะมาดู ความสามารถ (Function) ที่เป็นประโยชน์ของโปรแกรม MT4 กันบ้าง

Order Type on Meta Trader 4 (MT4) 

ในโปแกรมเทรด Forex อย่าง MT4 นั้นเวลาส่งคำสั่งจะมีคำสั่งด้วยกันอยู่ 2 แบบหลัก ๆ คือ

1. Market Order คือ การส่งคำสั่งในราคาตลาดทันที (At the market price) กรณีบัญชีทั่วไปที่โบรคเกอร์คิดค่าธรรมเนียมจาก Spread หาก Buy จะได้ราคา Ask และหาก Sell จะได้ราคา Bid ในช่วงเวลานั้น

2. Pending Order คือ การส่งคำสั่งแบบตั้งรอราคาล่วงหน้า โดยจะแบ่งได้ 2 แบบย่อย ดังนี้ 

  • Limit Entry: การเปิด order เพื่อรอเด้ง เช่น Buy ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อราคาลงไปแล้ววิ่งกลับขึ้นมา และ Sell สูงกว่าราคาปัจจุบัน เมื่อราคาวิ่งขึ้นไปแล้ววิ่งกลับลงมา ดังตัวอย่างในภาพข้างล่าง


  • Stop Entry: เป็นการซื้อเพื่อไปต่อ เช่น Buy ที่ราคาสูงกว่าปัจจุบันในกรณีที่ราคาจะวิ่งไปต่อ (ไม่ย่อกลับลงมา) และ Sell ที่ราคาต่ำกว่าปัจจุบันในกรณีที่ราคาจะวิ่งไปต่อ (ไม่เด้งกลับขึ้นไป) ดังภาพข้างล่าง

การตั้ง Stop Loss และ Take Profit

โปรแกรม MT4 ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการตั้งรอราคาล่วงหน้า (Pending Order) นั้นคือ การตั้งจุดตัดขาดทุน หรือ  Stop Loss (SL) และ ทำกำไร หรือ Take Profit (TP) ไว้ล่วงหน้านั่นเอง ซึ่งประโยชน์ของทั้ง SL และ TP นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในการบริหารความเสี่ยงอย่างยิ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่าตลาด Forex นั้นเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ดังนั้น จุด SL และ TP จึงสามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพใน Forex อย่างมาก เพราะ ช่วยให้เราไม่ต้องนั่งเฝ้าราคาตลอดทั้งวัน หากเราใช้กลยุทธ์แบบ Price Action Trading ไม่ใช่การ Scalping หรือ Day Trading

  • Stop Loss Order: เป็นคำสั่งที่เชื่อมต่อกับ Server ของโบรคเกอร์ซึ่งเมื่อส่งไปแล้วจะค้างใน Server ของโบรคเกอร์ที่เราเปิดบัญชี การตั้งจุด Stop Loss Order นั้นทำเพื่อจำกัดความเสี่ยงในกรณีที่เราเข้าผิดทาง ซึ่งสำคัญมากในการเทรด Forex ให้ได้กำไรในระยะยาว
  • Trailing Stop Order: เป็นคำสั่งที่เชื่อมต่อกับ Server ของโบรคเกอร์ซึ่งเมื่อส่งไปแล้วจะค้างใน Server ของโบรคเกอร์ที่เราเปิดบัญชีเช่นเดียวกับ Stop Loss Order แต่จะแตกต่างกันตรงที่ Trailing Stop มีการเลื่อนจุด Stop Loss อัตโนมัติ ตามที่เราตั้งค่าเอาไว้ แต่จะเลื่อนเมื่อราคาวิ่งไปเกินจุดที่เราตั้ง เช่น ตั้ง Trailing Stop ที่ 50 pips Trailing Stop จะเลื่อนเมื่อ ราคาวิ่งเกิน 50 pips คือ 51 pips และเมื่อราคาวิ่งไปที่ 100 pips Trailing Stop จะเลื่อนมาที่ 50 pips พอดี หากราคาวิ่งลงมา จะเป็นการ Lock Profit ของเราเอาไว้
  • Take Profit Order: เป็นคำสั่งที่เชื่อมต่อกับ Server ของโบรคเกอร์ซึ่งเมื่อส่งไปแล้วจะค้างใน Server ของโบรคเกอร์ที่เราเปิดบัญชีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เป็นการตั้งราคาเป้าหมายเอาไว้ล่วงหน้า ในกรณีที่ราคาวิ่งไปชนจุด TP เราก็จะได้กำไรทันที

สรุป

สำหรับบทความ “Forex ตลาดที่ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง!! ” ผมได้พาเทรดเดอร์ทุกท่านไปเรียนรู้

  • วิธีการเปิด Order เพื่อทำกำไรตามทิศทางของตลาดอย่าง Buy (Long) และ Sell (Short)
  • วิธีการคำนวณผลตอบแทนหรือกำไร (และขาดทุน) เมื่อ Order ที่เราเปิดนั้นวิ่งถูกทาง (และผิดทาง)
  • คำสั่งที่เป็นประโยชน์ในโปรแกรม MT4 เพื่อช่วยให้เราบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทนได้ง่ายขึ้น (ซึ่งเป็นข้อดีและประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเทรด)
  • รู้จักกับการตั้ง Stop Loss และ Take Profit ล่วงหน้าซึ่งเป็นข้อดีอีกข้อหนึ่งในโปรแกรมเทรด Forex อย่าง MT4