Dr. Ballermax
2
All posts from Dr. Ballermax
Dr. Ballermax in Dr. Ballermax,

ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดลดลง หลัง ADP เผยภาคเอกชนสหรัฐจ้างงานน้อยเกินคาด

ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดปรับตัวลง หลังจากที่รายงานของ ADP Employer Services ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐ เผยให้เห็นว่า ภาคเอกชนสหรัฐจ้างงานน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์กันไว้ในเดือนที่แล้ว

หลังจากตลาดเปิดทำการได้ไม่นาน ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 32.52 จุด หรือ 0.21% แตะที่ 15,145.02 จุด ดัชนี S&P 500 ลบ 4.41 จุด หรือ 0.27% แตะที่ 1,626.97 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับลง 12.65 จุด หรือ 0.37% แตะที่ 3,432.61 จุด


ADP Employer Services ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 135,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ซึ่งน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 165,000-170,000 ตำแหน่งโดยประมาณ

ขณะที่การจ้างงานภาคเอกชนเดือนเม.ย.ถูกปรับทบทวนลงเป็นเพิ่มขึ้นเพียง 113,000 ตำแหน่ง จากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าภาคเอกชนจ้างงานเพิ่มขึ้น 119,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย.

อย่างไรก็ดี ในอีกแง่หนึ่งนั้น ข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุดอาจจะทำให้เฟดทบทวนความคิดที่จะถอนการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ไปได้สักระยะหนึ่ง หลังจากที่ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ เนื่องจากกระแสคาดการณ์อย่างต่อเนื่องของนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นไปที่เฟดอาจยุติการซื้อพันธบัตรในเร็วๆนี้

การเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ในวันนี้ มีขึ้นก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.ในวันศุกร์นี้ เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าการจ้างงานเดือนพ.ค.น่าจะเพิ่มขึ้น 167,000-170,000 ตำแหน่งโดยประมาณ หลังจากเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 7.5%

ขณะเดียวกันในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตรขยายตัว 0.5% ต่อปีในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 หลังจากลดลง 1.7% ต่อปีในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยลดลง 4.3% ต่อปีในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ หลังจากทะยานขึ้น 11.8% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอื่นๆที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ด้วยนั้น ยังรวมถึงยอดสั่งซื้อของโรงงาน ดัชนีภาคบริการ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ของเฟด

ในส่วนของข่าวภาคธุรกิจนั้น หุ้นเจพี มอร์แกน เชส ร่วงลง หลังจากที่มีรายงานว่าธนาคารรายใหญ่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ สูญเงิน 842 ล้านดอลลาร์ จากข้อตกลงทำ haircut กับเจฟเฟอร์สัน เคาน์ตี รัฐอลาบามา ซึ่งประสบภาวะล้มละลาย